2007/Nov/04

ขอประพันธ์จรรยาสุภาษิต

ไว้เตือนจิตหญิงไทยในสยาม

ทั้งเริ่มรุ่นลักขณาสง่างาม

อยู่ในความดำริควรติตรอง

      เป็นสตรีนี้ไซร้มิใช่ง่าย

สงวนกายเราไว้อย่าให้หมอง

จะยากจนค่นไร้วิสัยทอง

ย่อมจะต้องมีค่าราคาแพง

       เหมือนพิกุลดีจริงไม่ทิ้งกลิ่น

ถึงตกดินจมทรายไม่หน่ายแหนง

ยังหอมหวานชวนชื่นระรื่นแรง

ไม่เหี่ยวแห้งไม่ทรามความนิยม

       แต่หอมกลิ่นมาลาที่ว่าหอม

ชั่วถนอมเชยชิดสนิทสนม

เฉพาะเมื่อจับต้องประคองชม

เวลาดมชั่วครั้งไม่ยั่งยืน

        อันหอมนามความดีสตรีนั้น

ไม่มีวันทรามเชยระเหยหืน

ถึงมาตรแม้นตัวตายไม่คลายคืน

ยังหอมชื่นชูนามเพราะความดี

        เป็นผู้หญิงตำราที่ว่าสวย

ต้องกอปรด้วยเบญจลักษณ์เป็นศักดิ์ศรี

ถึงไม่ครบทั้งห้าตามมาลี

สมัยนี้สำคัญด้วยจรรยา

       อันงามรูปงามทรัพย์บังคับยาก

มีน้อยมากก็ตามชาติวาสนา

ถึงร่างกายบุญกรรมก็ทำมา

มิใช่ว่าสรรสร้างได้ดังใจ

       คงแต่เพียงที่สามให้งามจิต

งามจริตกิริยาอัชฌาสัย

งามวาจาไพเราะเสนาะใน

ดำรงค์ไว้ให้งามสามประการ

        แม้สตรีมีงามเพียงสามสิ่ง

นับว่าหญิงน่ารักสมัครสมาน

ถึงรูปทรัพย์คับแค้นแสนกันดาร

ต้องประมาณว่างามตามตำรา    

        อีกนัยหนึ่งเครื่องประดับสำหรับนาฎ

ศิลปศาสตร์เป็นของจะต้องหา

งามอะไรก็ไม่เยี่ยมเทียมวิชา

อาจจะพาให้กายสบายเบา

        อันสตรีที่งามด้วยความรู้

เป็นที่ชูโฉมเชิดเลิศเฉลา

แต่อย่าเพียรเรียนเล่นพอเป็นเรา

ต้องเรียนเอารู้ดีจึงมีคุณ

        ถึงพ่อแม่เราไซร้จะให้ทรัพย์

ก็สำหรับขาดเหลือช่วยเกื้อหนุน

ย่อมจะเป็นแต่ละเมื่อที่เจือจุน

ไม่เหมือนทุนทางวิชาจะหากิน

       ด้วยความรู้นั้นเลิศประเสริฐสุด

 เปรียบประดุจดังแควกระแสสินธุ์

จะวิดวักตักมาเป็นอาจินต์

ไม่รู้สิ้นแห้งขอดตลอดกาล.......

พระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

 

 

edit @ 4 Nov 2007 16:19:05 by เต่าน้อย

2007/Sep/29

เคยได้ยินเรื่องของผู้หญิงบ้ากับเก้าอี้ไหม..?

เหมือนฉันในตอนนี้เลย..

.

ผู้หญิงบ้ากับบล็อกเน่า...อี๋!! เหม็นชะมัด

.

อันที่จิงแล้ว....ตอนนี้ฉันคิดว่าแกเป็นถังขยะ ล่ะ

(เรากำลังคุยกับเจ้าบล็อกเน่าอยู่นะ ห้ามใครคิดเสียงดังรบกวนพวกเรา..เข้าใจไหม?)

.

แล้วฉันก็เป็นหนังสือ......ที่เรื่องราวข้างในนั้นไม่สมบูรณ์

มีเรื่องใหม่ที่ถูกขีดเขียนขึ้น...ด้วยสองมือของฉัน

และด้วยสองมือของฉันอีกเช่นกัน...ที่พยายามจะลบมันออก

.

ขี้เกียจลบจังเลยแฮะ...?

.

 

..ฉันจะฉีกหน้าที่ไม่ต้องการ....ทิ้งลงในถังขยะดีมั้ย

.

แกว่า..ถ้าฉันทำอย่างนั้นมันจะดีหรือเปล่า

เผื่อบางที..มันอาจทำให้ฉันมีสมาธิอ่านหนังสือขึ้นมาบ้างก็ได้นะ

.

.......แล้ว...

แกจะทำตัวเป็นถังขยะได้เหรอ?

แกจะเป็นถังขยะที่ดีจิงหรือป่าว?

.

 

ฉันจะลองเชื่อใจแกสักครั้งก็แล้วกัน

.

ลำบากจังเลยแฮะ!!

.

...ต่อไปนี้ ฉันจะเรียกแกว่าเจ้าถัง...โอเคนะ..เจ้าถัง

.

โอ้..แกชอบชื่อนี้ใช่มะ.....ใช่ๆ ตอนนี้ฉันก็ชอบแกเหมือนกัน

.

อ่า...เรารู้จักกันแล้ว...แต่..เอ๊ะ! แกจะเรียกฉันว่าอะรัยล่ะเจ้าถัง

.

ฉันเป็นเต่านะ เรียกว่าเต่าดีมั้ย?ใครๆก็เรียกฉันว่าเต่า..เต่าน้อ....ย..ย

.

ห๊ะ? ...? อะรัยนะ..ป้า? หญ้า? หญิงป้า?

อ้า..แกพูดว่าผู้หญิงบ้าเหรอ....555+ แกอยากตายเหรองัย?

สงสัยอยากจะเป็นบล็อกเน่าๆจิงด้วยแฮะ......

..น่า..ฉันแค่ล้อเล่น...โอเคฉันให้แกเรียกได้ ...ในใจเท่านั้นนะ

ห้ามคิดดังด้วย....ฉันได้ยินจิงๆแน่

ฮ้า!!! แกไม่เชื่อฉันเหรอ...แกอยากจะไปพม่าหรือไง..ห้ามเถียงฉันนะรู้มั้ย

ไม่งั้น.....................ฉันเตะแกไปลงที่พม่าจิงๆด้วย

หรืออยากนั่งเครื่องบินกินลมเล่น

เด๋วก็จับใส่ วัน ทู โก ซะนี่...ลองหน่อยมั้ย???

.............กัวล่ะสิ หึ! ให้มันรู้ซะมั่งว่าใครเปนใคร..

แกนี่เป็นบล็อกเน่าที่น่าร๊ะ.เจงๆ รู้มั้ย?

.

 

....................หน้าที่ของแกมีอย่างเดียวเท่านั้นนะ

น่า ไม่ยากหรอก...ง่ายๆเอ้งง

.

หน้าที่ของแกคือฟังฉันพูด....ง่ายดีออก...แกจะทำหน้าอย่างนั้นทำไม?

ทำไม? ฟังฉันพูดมันไม่ดีตรงไหนเหรอ..หา????

เออ..ให้มันรู้หน้าที่ซะมั่ง

.

...........ตอนนี้ฉันอยากอ่านหนังสือ.....ทำไงดีเจ้าถัง?

คือ..เมื่อกี้ฉันอ่านมาแล้วนะ...แต่เชื่อเค้าเลย..พระเจ้า

ท่านศาสตราจารย์ด๊อกเต้อทั้งหลายพยายามจะยัดเยียดอะรัยใส่หัวฉัน?

มีแต่เรื่องบ้าๆทั้งนั้น....แล้วคนที่มีสมองปลาทองอย่างฉันจะรู้เรื่องเหรอ?

ทำไมเค้าไม่ย่อเนื้อหาให้เหลือน้อยลงกว่านี้นะ....ตัดๆอะรัยออกก็ได้

ให้มันเหลือซักหน้าละสองสามบรรทัด ฉันจะได้ฉลาดๆเหมือนคนอื่นเค้าหน่อย....

.

แค่กๆๆ แค๊กกกกกกกกกก!!!

.

อ่า โทดที ฉันเปนหวัดน่ะ

ที่จริง..เมื่อวานอาการมันหนักกว่านี้นะ....

แต่ฉันไปสูดกลิ่นอายความรัญจวนใจที่ร้านเหล้ามา..

ไอ้บ้า...แกจะเรียกฉันว่ายัยขี้เมาเหรอ

.

ไม่! ไม่!

.

มีคนตั้งมากมายที่เลวร้ายกว่าฉัน...

ตราบเท่าที่ยังมีคนพวกนั้นนะ...ฉันก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ

.

แกอย่ามาซี้ซั้ว อย่าขี้ตู่เข้าใจไหม...

 

มันเนื่องในโอกาสพิเศษน่า...อย่าอยากรู้มากนักเลยนะ ..อยากฝากศพไว้ที่พม่าเหรองัย?

.

.

 

นี่..เจ้าถังเน่า...แกว่าฉันเปนคนยังไง?

ตอนนี้ฉันก่อเรื่องไว้มากมายเลย...ไม่แปลกหรอก

ที่ใครๆก็มองฉันด้วยสายตาอย่างนั้น....ช่างเค้าเถอะ

แค่มีแกเป็นเพื่อน....ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแล้ว

...

อ้า...แกคิดว่าฉันเป็นยัยตัวปัญหาสินะ....บ้าน่ะสิ

ฉันก่อมันขึ้นมาหมดทุกอย่างซะเมื่อไหร่...พระเจ้าก็ประสงค์ให้เป็นอย่างนั้นด้วยแหละ

แกอย่ามองด้วยสายตาไม่น่าเชื่อแบบนั้นสิ....แกเปนเพื่อนฉันนะ!!!!!

 

มีเรื่องราวมากมายเลยที่ฉันอยากจะบอก....แกต้องทำตัวเปนถังขยะที่ดี..เข้าใจไหม?

 

แต่ตอนนี้แกก็ดีแล้วแหละ....อย่างน้อยแกก็ฟังฉัน

 

วันนี้แกอยู่กับเสียงเพลงไปก่อนละกันนะ

ฉันต้องไปอ่านหนังสือแล้ว......ยี้!!น่าเบื่อชะมัด

แต่ยังไงฉันก็ต้องพยายาม......

 

.

นี่..เจ้าถัง

แกอย่ายอมให้ใครมาสร้างถนนให้แกเดินอย่างฉันนะ

ถ้าแกจะทำอะรัยผิดพลาด แกต้องทำด้วยตัวเอง..

อย่าให้มันผิดพลาดเพราะคนอื่นเปนคนทำล่ะ

แล้วถ้าแกจะเลือกอะรัย...มันต้องมาจากหัวใจแกเอง...

แต่ก็..ยกเว้นฉันไว้คนนึงละกัน...คิ!

 

.

คนเรามักจะวาดฝันชีวิตของตัวเองไว้สวยงามเสมอ...

แกเป็นถังขยะเน่าๆ เปนบล็อกเน่าๆน่ะดีแล้ว

มันจะได้สมกับฉันหน่อย...

แกชอบเพลงนี้มั้ย......เพลงนี้มันอยู่ในหัวฉัน...

มันเปนเพลงเดียวที่ผุดขึ้นมาเวลาที่ฉันคิดถึงคำว่าเพลง

รู้สึกว่าห้วงทำนองของมันจะวิ่งวนไปมาสมองฉันตลอดเวลาเลยนะ.....3

.

ให้ตายเถอะ...แกอย่าแอบร้องไห้ล่ะ

...แล้วฉันจะมาหาแกบ่อยๆ

.....

ซี ยู เลเต้อ......เจ้าถังที่รัก....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 4 Nov 2007 16:20:45 by เต่าน้อย

2007/Jun/17

..

เรื่องมีอยู่ว่า ...

มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง

มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง

ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน
ทำอะไรด้วยกัน

หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน มันจึงเขียนทุกที่ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ

หน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ทุกเวลา

เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา

จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า "เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว"

ยางลบจึงถามว่า "ทำไมล่ะ"

ดินสอจึงตอบกลับไปว่า "ก็เราเขียนนายลบแล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย"

ยางลบจึงเถียงว่า "เราทำตามหน้าที่ของเราเราไม่ผิด"

ทั้งคู่จึงแยกทางกัน

ดินสอพอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน
แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิด ข้อความที่สวยๆ ที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรก
มีแต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจ

ฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้องสกปรกอีกต่อไป
พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า เพราะไม่มีอะไรให้ลบ มันคิดถึงดินสอจับใจ

ทั้งคู่จึงกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลงเขียนแต่สิ่งที่ดี

ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น

ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำ ดินสอในตอนแรกก็จำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี
แต่พอเวลาเปลี่ยนไปมันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆ เท่านั้น

ส่วนการลบเปรียบเหมือนการลืม
ยางลบในตอนแรกก็ลืมทุกอย่าง ทั้งดีและไม่ดี
แต่ทุกครั้งที่ลืมตัวมันก็จะสกปรก

แต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่เรื่องไม่ดี หรือคือการให้อภัยนั่นเอง
ฉะนั้นการเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ คือ การจำแต่สิ่งดีๆ
และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง ถ้าเราเป็นเช่นนั้นบ้างก็คงจะดี

.

เกือบเดือนแล้วสินะ..ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่

ไม่ได้เจอหน้าคนที่บ้าน ไม่ได้เจอเพื่อนๆ(ที่มีเพียงไม่กี่คน)

ไม่รู้ว่าหมาที่เก็บมาเลี้ยงไว้เปนยังงัยบ้าง มันคงสงสัยว่าทำไมเราไม่กลับไปซักที

ทุกวันหลังเลิกเรียนวิชาสุดท้าย....อยากให้รถไปจอดที่หน้าบ้าน

อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม..............แต่ไม่มีทางเปนไปได้

ต้องทนอยู่แต่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย คนที่เจอหน้าทุกวัน เดินผ่านทุกวัน

ก็ไม่รู้ว่าเปนใคร..รำคาญรุ่นพี่...ไม่รู้จะอะรัยหนักหนา

ไม่รู้ทำไม....ถึงต้องเข้าห้องเชียร์ ไม่รู้ว่าจะทนนั่งให้คนอื่นเค้าด่า...ทำไม

เหมือนวัวเหมือนควาย เสเสร้ง .......ไม่ชอบ

ไม่เข้าใจว่า..ทำไมเวลาที่กำลังเรียนอยู่...ต้องมาเสียสมาธิกับการเซ็นชื่อให้คนที่ไม่รู้จัก

วิธีการทดสอบความอดทน หรือการสร้างมนุษยสัมพันธ์มีตั้งมากมาย

แต่ทำไมถึงเลือกวิธีที่ไร้สาระ.......เสียเวลา บ้านนอก

ไม่ชอบสายตาที่คอยจับผิด.......โตแล้ว มีความคิด

ไม่อยากรับโทรสับทุกๆวัน วันละหลายๆชั่วโมง และชั่วโมงละหลายๆครั้ง

ไม่อยากตื่นมารับโทรศัพท์ตอนตีสาม....เพื่อจะตอบคำถามใครบางคน

ไม่อยากตื่นสาย........อยากเปนตัวของตัวเอง...แบบที่ไม่ต้องแคร์สายตาใคร

แต่ทำไมถึงทำแบบนั้นไม่ได้......ทำไมต้อง...รอให้ผ่านเชียร์ไปก่อน

อยากอ่านหนังสือ อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ขี้เกียจตอบคำถามของใครก็ไม่รู้

"ตัวเองมาจากไหน?" "เรียนอะรัยเหรอ" "ชื่ออะไรเหรอ?"........"ทำไมชอบอยู่คนเดียว"

"ไม่เหนตัวเองจะพูดกับใครเลย" "อย่างนั้น.....อย่างนี้มั้ย""ทำไมเปนแบบนั้น..แบบนี้นะ?"

ไม่อยากยิ้ม....ยิ้มไม่เปน หนวกหู....มากมาย

ทำไมต้องทำป้ายเเขวนคออันเท่าบ้าน............?

เหนื่อย....!!!!!!!


edit @ 2007/06/17 23:55:10
edit @ 2007/06/17 23:59:41
edit @ 2007/08/03 10:26:08